Black Ribbon
A- A A+

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เร่งประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมืองดเว้นการเผาไร้อ้อย ที่นา วัสดุทางการเกษตร หลังฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์เกินค่ามาตรฐาน รวมทั้งผู้ที่กระทำดังกล่าวมีโทษหนักตั้งแต่ปรับ จำคุก และถึงประหารชีวิต

   วันที่ 25 ธันวาคม 2566 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมโสมพะมิตร ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี นายสำเริง ม่วงสังข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายธนภัทร ณ ระนอง ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ มีข้อสั่งการเพื่อใช้กลไกของนายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ ในการขับเคลื่อนการทำงานทั้ง 20 กระทรวง ไม่เฉพาะงานในภารกิจของกระทรวงมหาดไทยงานเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยขอให้ทุกหน่วยงานมีการทบทวนการทำงานว่าสิ่งไหนที่ก่อให้เกิดประโยชน์เป็นสำคัญก็ขอให้ลงมือดำเนินการอย่างทันท่วงที

 ส่วนวาระแจ้งที่ประชุมรับทราบที่สำคัญ ๆ อาทิ 
 - การจัดงานรัฐพิธีวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประจำปี 2566 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคม 2566 ณ หอประชุมจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเวลา 07.00 น. พิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 48 รูป เวลา 08.15 น. พิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 
 - โครงการกาฬสินธุ์ร่วมใจปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยจะมีการปลูกไม้ยืนต้น ไม้ป่า ฯลฯ (ยกเว้นไม้ดอก ไม้ประดับ) ในบริเวณพื้นที่สาธารณะ บ้าน วัด โรงเรียน ทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 720,000 ต้น
 - ประกาศจังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่อง ขอความร่วมมืองดเว้นการเผาในที่โล่งและพื้นที่การเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอความมือจากนายอำเภอ ได้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ดำเนินการแจ้งประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน หรือชุมชนเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง และถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด และการขอความมือจากหัวหน้าส่วนราชการ ได้เร่งทำการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ในการให้ความร่วมมืองดเว้นการเผาในที่โล่งและพื้นที่การเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ทั้งการเผาไร่อ้อย ที่น่า วัสดุทางการเกษตร วัชพืชในพื้นที่การเกษตร ขยะมูลฝอย เป็นต้น โดยผู้ที่มีการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใด แม้จะเป็นของตนเอง จนน่าจะเป็นอัตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์สินของผู้อื่นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท ถ้าหากการกระทำผิดดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 218 เช่น โรงเรือน โรงมหรสพ หรือ สถานที่ประชุม เป็นต้น ต้องระวางโทษประหารชีวิต

 ส่วนการจุดไฟเผาป่า หรือ ปล่อยให้ลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่าไม้ ถือเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ตามความในมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องระวางโทษ ตามมาตรา 72 ตรี จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีบุคคลใดเผาป่าเป็นพื้นที่เกิน 25 ไร่ ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท 
 ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ จะต้องหยุดการเผา เพื่อเป้าหมาย “สร้างอากาศดี เพื่อคนไทย และผู้มาเยือน”

ที่มา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์

พิมพ์ อีเมล