Black Ribbon
A- A A+

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่กาฬสินธุ์ เร่งแก้ปัญหาน้ำประปาหมู่บ้านอย่างเป็นระบบ มุ่งให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดได้มาตรฐานและยั่งยืน

    วันที่ 2 กันยายน 2568 นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยหม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน นายพินิจ ตันติวิญญูพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 4 และคณะ ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลสำราญ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ การประปาส่วนภูมิภาคเขต 6 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบปัญหาน้ำประปาหมู่บ้านที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

   นายทรงศัก เปิดเผยว่า ประชาชนจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงบริการประปาของการประปาส่วนภูมิภาค ต้องพึ่งน้ำบาดาลหรือน้ำบ่อที่เสี่ยงปนเปื้อน บางพื้นที่ต้องซื้อน้ำจากเอกชนในราคาสูง ขณะที่ระบบประปาท้องถิ่นและหมู่บ้านส่วนใหญ่มีคุณภาพต่ำ ไม่ได้มาตรฐาน ปัญหาหลักคือการขาดแคลนน้ำดิบและข้อจำกัดด้านกฎหมาย งบประมาณ และการบริหารจัดการ จึงทำให้ กปภ. ไม่สามารถขยายเขตบริการได้อย่างทั่วถึง เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ริเริ่ม “โครงการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อพัฒนาการขยายเขตประปาภูมิภาค” ภายใต้ยุทธศาสตร์ปี 2566–2570 โดยมุ่งศึกษาระบบการจัดการทั้งด้านกฎหมาย งบประมาณ และการบริหาร เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการน้ำประปาอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมา ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ตรวจสอบหลายจังหวัด เช่น สุราษฎร์ธานี จันทบุรี กระบี่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ปทุมธานี ลพบุรี และขอนแก่น พบปัญหาลักษณะเดียวกัน คือคุณภาพและการเข้าถึงน้ำประปาไม่เพียงพอ หากไม่แก้ไขอย่างเป็นระบบ ประชาชนทั่วประเทศจะยังคงเดือดร้อนซ้ำ ๆ

   ซึ่งจากการประชุมครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลสำราญรายงานว่า แม้บางพื้นที่มีแหล่งน้ำต้นทุน แต่ติดข้อจำกัดเขตป่าสงวน ทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ได้ ขณะเดียวกันน้ำประปาที่ใช้ในหลายหมู่บ้านมีคุณภาพต่ำ สีขุ่น ไม่ได้มาตรฐาน และในฤดูแล้งปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนโดยตรง

   นายทรงศัก ย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องอาศัยการบูรณาการ เช่น การจัดหาแหล่งน้ำดิบที่มั่นคง การปรับปรุงระบบกรองและบำบัด การขยายเขตบริการของ กปภ. และการยกระดับระบบจ่ายน้ำในชุมชน การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงมุ่งเก็บข้อมูลเชิงลึก เพื่อนำไปผลักดันเชิงนโยบายและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนกาฬสินธุ์และจังหวัดอื่น ๆ ได้มีน้ำประปาที่สะอาด มาตรฐาน และเพียงพออย่างยั่งยืน

ที่มา สนง.ปชส.กส.

พิมพ์ อีเมล