Black Ribbon
A- A A+

จังหวัดกาฬสินธุ์ เน้นมาตรการเชิงรุก “เคาะประตูบ้าน” ตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันแรกการรณรงค์ “7 วัน ไม่อันตราย”สถิติอุบัติเหตุ บาดเจ็บ และเสียชีวิต เป็นศูนย์

    วันที่ 12 เมษายน 2567 เวลา 09.30 น. นายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมปรับยุทธศาสตร์ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 จังหวัดกาฬสินธุ์ ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องประชุมผาเสวย ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งแบบ Onsite และผ่านระบบ Online อาทิ นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ และนายอำเภอ/ผู้แทน ทั้ง 18 อำเภอ โดยผลการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 จังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำวันที่ 11 เมษายน 2567 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ “7 วัน ไม่อันตราย” สถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนฯ อุบัติเหตุ 0 ราย บาดเจ็บ 0 ราย เสียชีวิต 0 ราย

     ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ มีการตั้งจุดตรวจในเขตพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้ง 18 อำเภอ แบ่งเป็น จุดตรวจหลัก 28 จุดตรวจ มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจ รวม 973 คน และด่านชุมชน จำนวน 107 ด่าน มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจ รวม 3,757 คน สำหรับผลการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ "10 รสขม" ดำเนินคดี จำนวน 1,620 คน ตรวจยึดรถส่วนบุคคล จำนวน 7 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 45 คัน
     นายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอความร่วมมือให้คนในครอบครัวช่วยกันดูแลตักเตือนลูกหลาน เมาไม่ขับ ขับขี่มอเตอร์ไซค์ต้องสวมหมวกนิรภัย ขับรถยนต์ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ถ้าดื่มขอให้อยู่กับบ้าน อย่าขับขี่ยานพาหนะออกท้องถนน นอกจากนี้ ได้มีข้อสั่งการให้นายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ และส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการในการช่วยกันป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2567 ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2567 ดังนี้
     1. ให้จัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ที่มีความปลอดภัย และปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทุกชนิด (Zoning) และประสานหน่วยงานด้านความมั่นคง ดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนประชาสัมพันธ์เนื่องในโอกาสประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทย และบูรณาการแนวทางความร่วมมือการดำเนินงานของทุกภาคส่วนในการจัดทำมาตรการเพื่อสืบสานคุณค่าอันดีงามของประเพณีสงกรานต์ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้รับทราบแนวทางที่ถูกต้อง เหมาะสม และสามารถนำไปปฏิบัติ
     2. เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน คุมเข้มความปลอดภัยของยานพาหนะทุกประเภท เฝ้าระวังและป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนทุกรูปแบบ เช่น การขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ดื่มแล้วขับ การไม่สวมหมวกนิรภัย พร้อมดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการ สถานบันเทิง ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และจำหน่ายนอกระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจัดระเบียบสังคม และป้องปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงผลของการกระทำความผิด สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ จิตสำนึก ความตระหนักการใช้รถใช้ถนน อย่างปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนปรับเปลี่ยนทัศนคติผู้ขับขี่ให้มีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อเสริมสร้างให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน
     3. เน้นย้ำศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนทุกระดับ ให้มีการจัดตั้งด่านชุมชน กลไกด่านครอบครัว และสนับสนุนหน่วยงานหลักในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจตราป้องปราม และตักเตือนบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่อย่างเข้มข้น ในกรณีที่มีผู้กระทำผิดและไม่ปฏิบัติตามคำตักเตือนให้ประสานสถานีตำรวจภูธร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ใช้มาตรการเชิงรุก “เคาะประตูบ้าน” เข้าไปพูดคุย แนะนำ ตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ตลอดจนห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานใช้อาวุธ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะปฏิบัติงาน
     4. ให้อำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้งจุดบริการประชาชน ให้เลือกพื้นที่ที่จะมีการตั้งเต็นท์อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ให้เพิ่มความตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานประจำจุดบริการต่าง ๆ ด้วย โดยพิจารณาเลือกพื้นที่ปลอดภัย ไม่กีดขวางช่องทางจราจร มีระยะห่างจากขอบทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่พื้นผิวจราจรเปียกหรือมีน้ำขังจากการเล่นน้ำ ควรจัดให้มีเครื่องหมาย กรวย หรือป้ายแสดงให้เห็นจุดบริการ และไม่แนะนำให้ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงผู้รับบริการออกไปยืนนอกจุดบริการ บริเวณใกล้ถนน เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุต่อผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนผู้รับบริการ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ”

ที่มา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์

พิมพ์ อีเมล