จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และเตรียมฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี 2568
วันที่ 27 มกราคม 2568 เวลา 10.30 น. นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ 2 ท่าน (นายธนภัทร ณ ระนอง นายนพดล จอมเพชร) หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนในอำเภอทั้ง 18 อำเภอ และคณะทำงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และชี้แจงแนวทางการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี 2568 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้องประชุมฟ้าแดดสงยางชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม
โดย นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้มอบนโยบายและข้อสั่งการในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ดังนี้
1. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด สั่งการหน่วยงานดำเนินการทุกมาตรการอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้นในทุกมิติ และพิจารณาออกประกาศกำหนดการควบคุมการเผาล่วงหน้า และบังคับใช้กฎหมายในการห้ามเผาอย่างจริงจัง เคร่งครัด และเด็ดขาด
2. ยกระดับมาตรการป้องกันปราบปรามเพื่อควบคุมการเผาในพื้นที่อย่างจริงจัง ใช้กลไกท้องถิ่นและท้องที่ลงพื้นที่รวบรวมข้อมูลและจัดทำบัญชีผู้มีพฤติกรรมการเผา ร่วมกันสอดส่อง ป้องปราม ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น หากพบการเผาในพื้นที่ให้ดำเนินการยับยั้งการเผาในทันที กรณีพบการเผาในพื้นที่ป่าให้พิจารณาปิดปากสงวนแห่งชาติ
3. ยกระดับมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ช่วยออกหน่วยบริการให้คำแนะนำข้อปฏิบัติในการป้องกันตนเอง จัดหาอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก จัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) ห้องปลอดฝุ่น คลินิกมลพิษ ไว้บริการประชาชน เป็นต้น หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงต่อเนื่องให้พิจารณาประกาศใช้มาตรการ Work From Home อย่างจริงจัง
4. ยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ในการระดมสัพพะกำลังเจ้าหน้าที่ ยุทโธปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และทรัพยากรอื่นๆให้พร้อมสนับสนุนในการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ กรณีมีความจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนทรัพยากรในการปฏิบัติงานในพื้นที่ให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว
5. กรณีสถานการณ์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหรือเกินข้างมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดใช้ระบบบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วน ยกระดับการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ให้ฝนบัญชาการเหตุการณ์จังหวัดประสานบูรณาการทรัพยากรร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่

