Black Ribbon
A- A A+

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนิญโญ

    วันที่ 9 เมษายน 2567 เวลา 09.30 น. ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชา อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนิญโญ สภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการ ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนิญโญ ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน ภาคีเครือข่าย เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งสะท้อนปัญหาและความต้องการผ่านไปยังคณะกรรมาธิการฯ เพื่อเป็นกระบอกเสียงผลักดันไปสู่ระดับนโยบาย อันจะนำไปสู่การพัฒนาและแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

    ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมฯ ประธานฯ และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนิญโญ สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางลงพื้นที่ดูงานรวม 3 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 หนองเบญ – หนองอีคูณ บ้านหนองบัว ตำบลโพนทอง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อตรวจสภาพพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งและแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตรของจังหวัดกาฬสินธุ์ จุดที่ 2 ฝายหนองแจ้ง ตำบลสงเปลือย อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งในพื้นที่อำเภอนามน และจุดที่ 3 อ่างเก็บน้ำห้วยจุมจัง ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์

     นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนิญโญ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ทำให้ได้ทราบว่า อ่างเก็บน้ำของชลประธานหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์มีความตื้นเขิน ทำให้กักเก็บน้ำได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการชองพี่น้องประชาชน ซึ่งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก็พร้อมที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอก หรือการสร้างระบบกระจายน้ำใหม่ เพื่อให้มีสำหรับน้ำอุปโภค บริโภคเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

    สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่ทางการเกษตรมาถึง 2.6 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 61.56 ของพื้นที่จังหวัด แต่พื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่ 2.08 ล้านไร่ หรือร้อยละ 78.03 อยู่นอกเขตชลประทาน พึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก มีพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานเพียง 5.9 แสนไร่ หรือร้อยละ 21.97 ส่งผลให้ในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งมีระยะเวลานานกว่า 7 – 8 เดือน พื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนบนของจังหวัด โดยเรื่องของ “น้ำ” ถือเป็นเรื่องสำคัญของพี่น้องเกษตรกรจังหวัดกาฬสินธ์ ซึ่งจากการสำรวจและประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ ห้วงเดือนมีนาคม 2567 พบว่า จังหวัดกาฬสินุ์ มีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ แบ่งเป็น พื้นที่เสี่ยงมาก จำนวน 10 อำเภอ 15 ตำบล 56 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 3.43 พื้นที่เสี่ยงปานกลาง จำนวน 13 อำเภอ 55 ตำบล 97 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 5.94

    นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่า จากการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญทราบว่าสถานการณ์เอลนิญโญอาจส่งผลกระทบถึงช่วงเดือนมิถุนายน 2567 จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้เตรียมความพร้อมและสั่งการให้ส่วนราชการ หน่วยงาน อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ถือปฏิบัติตามมาตรการรองรับช่วงหน้าแล้ง ปี 2566/2567 ทั้ง 9 ด้าน ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) กำหนด

ที่มา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์

พิมพ์ อีเมล