วันที่ 15 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมฟ้าแดดสงยาง ชั้น2 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีนายธนภัทร ณ ระนอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พันเอกนิสิต สมานมิตร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาฬสินธุ์(ฝ่ายทหาร) นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตาม ตรวจสอบ ประสานงาน และประเมินแนวโน้มของสถานการณ์ทั้งในและนอกราชอาณาจักร ที่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามด้านความมั่นคง เพื่อขับเคลื่อนงานความมั่นคงแบบองค์รวม บูรณาการแผนงานแนวทาง การป้องกันและแก้ปัญหาความมั่งคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับภัยคุกคามทั้ง 10 ด้าน จำนวน 10 คณะ ประกอบด้วย ด้านยาเสพติด ด้านสาธารณภัย ด้านปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านผู้หลบหนีเข้าเมือง ด้านการค้ามนุษย์ ด้านปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ในพื้นที่ ด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ ด้านความมั่นคงทางพลังงาน อาหาร และน้ำ ด้านโรคติดต่ออุบัติใหม่ และด้านอื่นๆ (ปัญหาไฟป่าหมอกควัน PM2.5 ขยะและมลภาวะเป็นพิษ ฯลฯ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ต่อไป
นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ความมั่นคงของชาติในห้วงปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกับพลวัตการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกและมีความสอดคล้องกันในทุกมิติปัญหา ส่งผลให้เกิดภัยคุกคามที่มีความคาบเกี่ยวกันและมีความสลับซับซ้อนทั้งภายในและภายนอกประเทศจนไม่อาจแบ่งแยกกันได้อย่างชัดเจน ดังนั้นการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงของชาติจึงมีความจำเป็นต่อการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความเคลื่อนไหวให้มีการปฏิรูปสถาบันฯ จากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาที่อ่อนไหวกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความแตกแยกทางความคิดทางการเมือง การปกครอง และกระแสความหลากหลายทางสังคม การหลั่งไหลเข้ามาของวัฒนธรรมต่างชาติ รวมทั้งการเข้าถึงความเจริญทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยเร่งในการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน การยุยงปลุกปั่นจากกลุ่มคนที่ไม่หวังดี ได้สร้างความขัดแย้งและแตกแยกขึ้นในสังคมไทยอย่างรุนแรง ขณะที่ปัญหาความเห็นต่างและความขัดแย้งทางความคิดของคนภายในชาติยังได้ส่งผลต่อประเด็นปัญหาทางการเมืองในเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม และการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติในห้วงที่ผ่านมาเช่นกัน
นอกจากนี้ปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ภัยธรรมชาติมีความผันผวนและรุนแรงมากขึ้น ปัญหาแรงงานต่างด้าวและผู้หลบหนีเข้าเมืองที่สืบเนื่องมาจากการแข่งขันด้านเศรษฐกิจภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ การค้าเสรี และการเป็นประชาคมอาเซียน ที่ทำให้การเคลื่อนย้ายแรงงานจากประเทศเพื่อบ้านเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น ทั้งถูกกฎหมายและการลักลอบเข้าเมือง ปัญหาการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เป็นผลมาจากความเชื่อมโยงของภูมิภาคและการแพร่ขยายแนวคิดทางศาสนาที่รุนแรงและสุดโต่ง ปัญหายาเสพติดที่มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดและสารตั้งต้นหรือเคมีภัณฑ์ตามแนวชายแดน และการใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปสู่ประเทศปลายทาง รวมทั้งเป็นแหล่งพักยาเสพติดปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นฐานของการผลิตและการให้บริการเพื่อการดำรงชีพที่ยั่งยืนของประชาชนทั้งในเขตเมืองและชนบท โดยประเทศไทยยังคงประสบกับปัญหาการลดลงของทรัพยากรและการเสื่อมสภาพของสิ่งแวดล้อม เช่น พื้นที่ป่าไม้ที่มีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากการบุกรุกทำลายอย่างต่อเนื่องเป็นภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ปัญหาขยะเป็นพิษ เป็นต้น














ที่มา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์

