Black Ribbon
A- A A+

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ ลุยจัดทำแผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉินของเขื่อนลำปาว และแผนรับมือสถานการณ์น้ำ (Emergency Action Plan,EAP) เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณะภัยในเชิงรุก

     วันที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมโปงลาง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉินของเขื่อนลำปาว ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกับ กรมชลประทาน โดยบริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉินของเขื่อนลำปาว เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยมี ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช คณบดี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรเทาสาธารณภัย วางแผนอพยพ และการมีส่วนร่วมของโครงการ พร้อมด้วยดร.ปาริฉัตต์ ครองขันธ์ นักวิชาการด้านบรรเทาสาธารณภัย วางแผนอพยพ และการมีส่วนร่วมของโครงการ ชลประทานจังหวัดกาฬสินธุ์ นางสาวจามรี จำปา นักวิชาการด้านบรรเทาสาธารณภัย วางแผนอพยพ และการมีส่วนร่วมของโครงการ โดยในส่วนราชการของจังหวัดประกอบด้วย พ.อ.สุรศักดิ์ สำราญบำรุง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ก.ส. (ท.) นายธนทร ศรีนาค หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นายสันติ จตุพันธุ์ นายอำเภอยางตลาด นายดำรงค์ศักดิ์ นาคีสังข์ นายอำเภอร่องคำ ผู้แทนนายอำเภอกมลาไสย และอำเภอฆ้องชัย เข้าร่วมประชุมและร่วมกันระดมความคิดเห็นในการจัดทำแผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉินของเขื่อนลำปาว โดยได้ร่วมกันวางแผน เมื่อเกิดกรณี Worst Case Scenario การวางแผนกำหนดจุดอพยพประชาชน เส้นทางการอพยพ และระยะเวลาในการอพยพ และสถานการณ์จำลองในปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ในกรณีฉุกเฉินเขื่อนลำปาว มีการระบายน้ำเป็นจำนวนมาก รวมถึงกรณีของน้ำชีหนุนสูงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยแผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉินของเขื่อนลำปาว จะมีการฝึกซ้อมเสมือนจริงในเดือนมกราคม 2565 นี้


     ในการนี้ ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ ได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญถึงการจัดทำแผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉินของเขื่อนลำปาว และการฝึกซ้อมเสมือนจริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องรู้บทบาท รู้หน้าที่ของตนเอง และสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที ช่วยเหลือชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ลดความเสียหายในพื้นที่ ถือเป็นการวางแผน และเตรียมความพร้อมในการป้องกันสาธารณะภัยในรูปแบบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีระบบ

พิมพ์ อีเมล