Black Ribbon
A- A A+

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ ผนึกพลัง “บวร” บ้าน-วัด-ราชการ ร่วมสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ สานต่อเจตนารมณ์ คนกาฬสินธุ์ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"

   เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565 เวลา 13.30 น. นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีมอบบ้านอบอุ่นในธรรม หลังที่ 15 อำเภอที่ 15 “โครงการพลังบวร รู้รักสามัคคี คนไทยไม่ทิ้งกัน” โดยอำเภอคำม่วงได้คัดเลือก ให้นายอุลา โถนารัตน์ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความขยันหมั่นเพียร ประหยัดอดออม โดยได้เก็บเงินจากการรับจ้างมาใช้ในการดูแลรักษาภรรยาในช่วงที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งจนภรรยาเสียชีวิต และเป็นเสาหลักในการเลี้ยงดูส่งเสียลูกสาวให้ได้รับการศึกษาจึงถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และด้วยรายได้ไม่มากพอทำให้ไม่สามารถส่งเสียบุตรสาวให้ศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้ แต่ด้วยความที่บุตรสาวเป็นผู้ที่มีความมุมานะ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน จึงได้ศึกษาต่อ ซึ่งทุกภาคส่วนของอำเภอคำม่วง เทศบาลตำบลนาทัน ผู้นำตำบลนาทันทุกหมู่บ้าน และชาวบ้านในชุมชนร่วมกันออกแรงในการก่อสร้าง

    ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า การมอบบ้านอบอุ่นในธรรม ให้แก่ครอบครัวของนาย อุลา โถนารัตน์ ในวันนี้ ถือเป็นการช่วยเหลือ ดูแลให้มีการดำรงชีพที่มีคุณภาพ ด้วยความตั้งใจอย่างแท้จริงของโครงการพลังบวร รู้รักสามัคคี คนไทยไม่ทิ้งกัน รวมพลังก่อให้เกิดความรักความสามัคคี เป็นการรวมพลังด้วย จิตอาสา สละเวลา กำลังกาย กำลังทรัพย์ และกำลังใจ ก่อสร้างบ้านอบอุ่นในธรรมหลังที่ 15 จนเสร็จสมบูรณ์ โดยได้รับความเมตตาสนับสนุนงบประมาณในการสร้างบ้านจาก “โครงการพลังบวร รู้รักสามัคคี คนไทยไม่ทิ้งกัน” โดยพระครูวรธรรมธัช ดร. เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานโครงการ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และคณะเจ้าหน้าที่เป็นผู้อุปถัมภ์ ร่วมกับส่วนราชการในระดับจังหวัด และส่วนของอำเภอเขาวง องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ผู้นำตำบลนาทัน ทุกหมู่บ้าน และชาวบ้านในชุมชนร่วมกันออกแรงในการก่อสร้าง โดยเริ่มออกมาดูสถานที่และความเป็นไปได้ในการก่อสร้างบ้าน ออกแบบบ้าน แต่งตั้งคณะทำงานในการก่อสร้าง และเริ่มลงมือก่อสร้างยกเสาเอก เสาโท ในวันที่ 17 ส.ค. 2565 จนกระทั่งสร้างเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 8 ก.ย. 2565 ใช้เวลาในการก่อสร้างรวม 22 วัน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตตำบลนาทัน ทั้ง 16 หมู่บ้าน โดยมีช่างในหมู่บ้านเป็นที่ปรึกษาช่วยเหลือให้คำแนะนำ ประกอบกับมีผู้มีจิตอาสาได้มอบอาหารและเครื่องดื่มให้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ นับว่าเป็นพลังแห่ง คุณความดีที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกัน สมกับคำว่า พลังบวร รู้รักสามัคคี คนไทยไม่ทิ้งกัน โดย (บ) คือ ชาวบ้านในชุมชนตำบลนาทัน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ร่วมทำบุญ (ว) คือ พระครูวรธรรมธัช ดร. เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ร) คือ ราชการ ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และส่วนราชการทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมใจกันสนับสนุน
    ซึ่งงบประมาณในการก่อสร้างในครั้งนี้ ประกอบด้วย  -งบค่าวัสดุได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการพลังบวร รู้รักสามัคคี คนไทยไม่ทิ้งกัน” โดยพระครูวรธรรมธัช ดร. เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานโครงการ เป็นเงิน 100,000 บาท - งบค่าวัสดุได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ นายกองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา สมาชิก อบจ.กาฬสินธุ์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้มีจิตศรัทธาในอำเภอคำม่วง เป็นเงิน 18,000 บาท - ค่าแรงที่ชุมชนร่วมกันสร้างโดยไม่คิดราคาค่าจ้าง ประมาณมูลค่า เป็นเงิน 38,500 บาท -ค่าอาหารมื้อกลางวันที่ชุมชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาค เป็นเงิน 13,580 บาท -ค่าดินในการถมที่ดินสร้างบ้าน โดยนายก อบต. และรองนายก อบต. ร่วมกันบริจาคจำนวน 21 รถ เป็นเงิน 16,800 บาท -ค่าติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าและมาตรวัดน้ำประปา โดยนายกเทศมนตรีตำบลนาทัน บริจาค เป็นเงิน 6,728 บาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 193,608 บาท โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด และผู้มีจิตศรัทธาได้ได้ร่วมสมทบทุนทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อต่อยอดสร้างบ้านอบอุ่นในธรรมหลังต่อไป จำนวน 42,212 บาท พร้อมกันนี้ นายอภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ร่วมมอบเงินสมทบทุนในการสร้างบ้านอบอุ่นในธรรมหลังที่ 16 ที่อำเภอสมเด็จ จำนวน 100,000 บาท
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า "จังหวัดกาฬสินธุ์มีการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยกลไกศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) โดย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ เป็นผู้นำในการบูรณาการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับที่กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างบ้าน วัด และราชการ จึงเกิดเป็นโครงการพลังบวร รู้รักสามัคคี คนไทยไม่ทิ้งกัน สร้างบ้านผู้ยากไร้ ยากจน ด้อยโอกาสในจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อช่วยเหลือบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับการบำบัดทุกข์ให้น้อยลงจนหมดไป และมีความสุขที่เพิ่มพูนอย่างยั่งยืน
    "ต้องขอขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับความเมตตาจากพระครูวรธรรมธัช ดร. เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ประธานโครงการพลังบวร รู้รักสามัคคี คนไทยไม่ทิ้งกัน สังฆะเพื่อสังคมวัดสว่างคงคา /ญาติธรรม/ และโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นายอำเภอคำม่วง ผู้บริหารสถานศึกษาในเขตอำเภอคำม่วง ส่วนราชการ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลนาทัน อสม. และพี่น้องประชาชนจิตอาสาบ้านโนนค้อที่รวมพลังร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี เป็นการรวมพลังด้วยจิตอาสา สละเวลา กำลังกาย กำลังทรัพย์ และกำลังใจ พลังบวร รู้รักสามัคคี คนไทยไม่ทิ้งกัน ร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างบ้านอบอุ่นในธรรมจนเสร็จสมบูรณ์นับว่าเป็นคุณงามความดีที่ทุกฝ่าย ได้มอบให้แก่เจ้าของบ้านโดยไม่มีค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น ถือว่าเป็นโครงการที่ดีที่เติมเต็มให้กับผู้ที่ด้อยโอกาส เพื่อสร้างเสริมบุญกุศลให้กับผู้มอบ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้รับมอบรวมถึงเป็นการรวมน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน และสร้างเสริมเพิ่มสุขให้กับทุกฝ่าย" ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวทิ้งท้าย

พิมพ์ อีเมล