Black Ribbon
A- A A+

จังหวัดกาฬสินธุ์เร่งพัฒนาศักยภาพทีมผู้ปฏิบัติงานในศูนย์คัดกรองและฟื้นฟูสภาพทางสังคม (ครู ข.) เพื่อรองรับการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564

    วันที่ 5 กันยายน 2565 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมทศพร โรงแรมริมปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายให้นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพทีมผู้ปฏิบัติงานในศูนย์คัดกรองและฟื้นฟูสภาพทางสังคม (ครู ข.) ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 จังหวัดกาฬสินธุ์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2565 และรุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 7-8 กันยายน 2565 โดยมีนายยุทธพล ภูเลื่อน รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดอบรมในครั้งนี้

    ตามที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติด ภายใต้นโยบายหลักด้านความมั่นคงและความปลอดภัยและความสงบสุขของประเทศ กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายเร่งด่วน โดยดำเนินการตั้งแต่ต้นทาง กลางทางและปลายทางเพื่อให้บังเกิดผลอย่างชัดเจน และเป็นไปตามแผนแม่บทและยุทธศาสตร์ชาติประเด็นความมั่นคงที่จะลดปัญหายาเสพติดให้ได้ผลอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งการประกาศใช้พระราชบัญญัติประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ที่มีกรอบแนวคิด "ผู้เสพ" คือ "ผู้ป่วย" มุ่งเน้นการให้โอกาสในการบำบัดรักษาแทนการลงโทษทางอาญา และปรับระบบการบำบัดรักษามุ่งเน้นการสมัครใจเข้าสู่ระบบการบำบัด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 111 (3) กำหนดให้คณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด มีหน้าที่และอำนาจกำหนดแนวทางและดำเนินการด้านพัฒนาวิชาการ มาตรฐานและคุณภาพการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดตั้งและการรับรองคุณภาพ ศูนย์คัดกรอง สถานพยาบาลยาเสพติด สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด และศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม และเนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของระบบการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดตามประมวลกฎหมายใหม่ที่ต้องพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับแนวทางการบำบัดที่เกิดขึ้น บุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดทุกหน่วยงาน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบาย และทิศทางการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามประมวลกฎหมายใหม่ เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
   โดยการจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานในศูนย์คัดกรองและศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม ระดับจังหวัด และสร้างสมรรถนะของวิทยากร(ครู ข.)สู่การพัฒนศักยภาพให้แก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กลุ่มเป้าหมายในการอบรม ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์คัดกรองระดับอำเภอ ระดับตำบล และระดับชุมชน ครอบคลุม ทั้ง 18 อำเภอ โดยแบ่งการอบรมเป็น 2 รุ่น รวมทั้งสิ้น 700 คน ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย ผู้รับผิดชอบงานยาเสพติดระดับจังหวัด ผู้รับผิดชอบงานยาเสพติระดับอำเภอ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานยาเสพติดในโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน รพ.สต. กำนัน /ผู้ใหญ่บ้าน /ผู้นำชุมชน ผู้แทนจากสถานีตำรวจ ผู้แทนจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และ อสม. โดยมีคณะวิทยากรจาก วิทยากรผู้ผ่านการอบรมครู ก. จากที่ทำการปกครองจังหวัดกาฬสินธุ์/ สถานีตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์ และโรงพยาบาลห้วยเม็ก
   โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 9 พฤศจิกายน 2564 เจตนารมณ์สำคัญของประมวลกฎหมายยาเสพติด คือ การลดปัญหายาเสพติด โดยการมุ่งเน้นระบบการบำบัดรักษาแบบสมัครใจ และการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเป็นสำคัญ โดยกำหนดให้มีสถานที่การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด 4 ประเภท คือ 1)ศูนย์คัดกรอง 2)สถานพยาบาลบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติด 3)สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด และ 4)ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม โดยต้องดำเนินการให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดจำเป็นต้องบูรณาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานและมีการทำงานไปในทิศทางเดี่ยวกัน ดังนั้นผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้ ความเข้าใจ เพื่อให้การดำเนินงานบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นอย่างยิ่งว่า ผู้เข้ารับการอบรมจะสามารถปฏิบัติตามหน้าที่แนวทางการดำเนินงานบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถเผยแพร่ความรู้ให้แก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดให้ใด้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และกลับคืนสู่สังคมอย่างปกติสุขต่อไป

พิมพ์ อีเมล