Black Ribbon
A- A A+

จังหวัดกาฬสินธุ์ จับมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผลักดัน “จิ้งหรีด..บ้านฮองฮี” สู่ตลาดโปรตีนทางเลือก ส่งออกขายยังต่างประเทศ

   เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 ที่ห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมประชุมหารือแนวทางการพัฒนาและยกระดับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกับ ดร.วรวิทย์ จิรัฐิติเจริญ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ และผู้แทนศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนางอรวรรณ วอทอง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแมงสะดิ้งจิ้งหรีด บ้านฮ่องฮี อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ คุณยูอิจิ โยชิดะ และนางสาวณัฎฐธิดา ตันติอานนท์ ผู้บริหาร บริษัท วายที เอ็นจิเนียริ่งซิสเท็ม จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น

   ปัจจุบัน แมลงนับเป็นอาหารใหม่ที่ตลาดประเทศให้ความสนใจ โดยเฉพาะโปรตีนจากจิ้งหรีด โดยจิ้งหรีด 3 กิโลกรัมเท่ากับเนื้อ 1 กิโลกรัม แถมรับประทานแมลงนั้นย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 12 มีแคลเซียมมากกว่านม มีธาตุเหล็กมากกว่าผักขม และมีกรดอะมิโนแอซิดที่จำเป็น จิ้งหรีดจึงนับเป็นแมลงเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทยและตลาดโลกในอนาคต ทางองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nation : FAO) จึงได้ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาบริโภคจิ้งหรีดแทนเนื้อสัตว์ เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ที่มีราคาถูกและสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น โดยเฉพาะประเทศไทยมีสภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้น เอื้ออำนวยต่อเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อการผลิตและแปรรูปเพื่อการส่งออกไปยังตลาดโลก เช่น สหภาพยุโรป (อียู) ,สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, จีน และอีก 25 ประเทศที่มีความต้องการสูง ปัจจุบันมีประชากรโลกกว่า 2,000 ล้านคนบริโภคแมลงเป็นประจำ ซึ่งชาวตะวันตกต่างได้ให้ความสนใจในการรับประทานแมลงเป็นอาหารกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการทำฟาร์มปศุสัตว์ และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายเหมือนการทานเนื้อสัตว์อื่น ซึ่งปี 2562 มูลค่าการตลาดโลกมากกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 2563 ตลาดเอเชียจะมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 6,725 ล้านบาท

   นางอรวรรณ วอทอง ประธานวิสาหกิจกลุ่มเลี้ยงจิ้งหรีดบ้านฮ่องฮี เปิดเผยว่า มีสมาชิกกลุ่มที่เลี้ยงจิ้งหรีดในหมู่บ้านมีทั้งหมด 39 ราย ตนเป็นผู้ บุกเบิกเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นคนแรก จนเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น จึงเริ่มชักชวนชาวบ้าน ญาติพี่น้องให้มาเลี้ยงด้วยกันยามว่างจากการทำนาทำไร่ ซึ่งเพื่อนบ้านเห็นว่าเราเลี้ยงจิ้งหรีดแล้ว มีรายได้ดี ก็มาปรึกษามาขอข้อมูล โดยมีหน่วยงานราชการเข้ามาให้ความรู้ แนะนำให้ไปจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ชาวบ้านจึงหันมาเลี้ยงจิ้งหรีดกันเพิ่มขึ้น จึงได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ โดยที่ผ่านมามีลูกค้าประจำทั้ง จ.ขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน จิ้งหรีดต้นทุนเลี้ยงต่ำ เลี้ยงง่าย เลี้ยงในบ่อปูน ใช้เวลาไม่นานก็จับขายได้กำไรดี จากการสนับสนุนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และหน่วยงานต่างๆ ทั้งด้านการทำสื่อประชาสัมพันธ์ และออกบูธแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศในช่วงตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันมียอดสั่งซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีความต้องการอาหารโปรตีนสูง (Future food) ประกอบกับมีกำลังซื้อสูงมี โดยขณะนี้มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแล้วกว่า 150 ราย มียอดการสั่งซื้อในรูปแบบของจิ้งหรีดผง จำนวนเดือนละกว่า 3 ตัน ซึ่งจะต้องใช้จิ้งหรีดสดเพื่อแปรรูปสดเป็นจิ้งหรีดผงกว่า 15 ตันต่อเดือน ทำให้สร้างรายได้ให้กับสมาชิกในกลุ่มเป็นอย่างมาก และมีแนวโน้มตลาดที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

   นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจกลุ่มเลี้ยงจิ้งหรีดบ้านฮ่องฮี อำเภอยางตลาด อย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมด้วยการยึดหลักการรวมกลุ่มกันบริหารจัดการ ให้เกษตรกรรวมตัวกันเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ผู้เลี้ยงจิ้งหรีด ทำให้กลุ่มแปลงใหญ่จิ้งหรีดมีผลผลิตหมุนเวียนสามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี จากมาตรฐาน GAP ที่ได้รับการส่งเสริมจากจังหวัด และการทำงานบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วนในจังหวัดกาฬสินธุ์ที่มุ่งเป้าไปที่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของจิ้งหรีด บ้านฮ่องฮี อำเภอยางตลาด อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน บ้านฮ่องฮี มีกำลังการผลิตจิ้งหรีดถึงกว่า 20 ตัน และเป็นที่รู้จักทั้งในละต่างประเทศ สร้างงานสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ และจะทำให้เกิดการขยายเครือข่ายของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อการส่งออก ไปยังพื้นที่ต่างๆ ต่อไป

   อย่างไรก็ตาม นับเป็นโอกาสอันดี ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นำโดยกองส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ และศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการพัฒนาด้วยวิธีการเก็บรักษาให้สามารถเก็บได้นานขึ้นด้วยกระบวนการอบแห้ง และบดเป็นผง อันจะเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าที่สูงขึ้นในการส่งออกไปขายในตลาดต่างประเทศ ทำให้ภาพลักษณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีดในขณะนี้ จึงไม่ใช่เลี้ยงไว้เพื่อบริโภคในประเทศเพียงอย่างเดียว หรือเป็นอาชีพเสริมที่เลี้ยงไว้ตามพื้นที่ว่างข้างบ้านเหมือนในอดีตอีกต่อไป เพราะสามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชน และมีมิศทางที่จะเป็นสินค้าโปรตีนทางเลือก เป็นแหล่งอาหารโปรตีนแห่งอนาคต ที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกินเข้าสู่ประเทศได้อย่างมหาศาล

พิมพ์ อีเมล