Black Ribbon
A- A A+

การประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์

     วันที่ 12 กรกฎาคม 2565 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมชาร์ลอง โรงเเรมชาร์-ลอง บูทรีค อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายให้นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมปฐมนิเทศ "โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์" โดยมีนายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประธาน ผู้แทนกรมชลประธาน ตัวแทนหน่วยงานราชการทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ตลอดทั้งผู้นำชุมชนที่เข้าร่วมประชุมฯ ให้การต้อนรับ

     โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว เป็นโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาขนาดใหญ่ มีดำเนินการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว ซึ่งมีความจุเก็บกัก 1,980.00 ล้าน ลบ.ม. และมีพื้น 316,500 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.เมืองกาฬสินธุ์ และอ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ และอ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ซึ่งมีสภาพปัญหาในพื้นที่ คือ เกษตรกรจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงตันฤดูทำนาปีและในช่วงฤดูแล้ง ส่วนในช่วงฤดูฝน จะมีปัญหาน้ำล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมที่ราบลุ่มริมลำน้ำทั้งริมฝั่งลำปาว และบริเวณลำปาวบรรจบกับแม่น้ำชี ทำให้ประชาชนและเกษตรกรได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมอยู่เป็นประจำแทบทุกปี กรมชลประทานจึงได้ดำเนินงานโครงการศึกษาความเหมาะสมฯ ขึ้น มีวัตถุประสงค์ คือ 1)เพื่อประเมินสถานภาพของโครงการในปัจจุบัน และนำผลการประเมินมากำหนดแนวทางการปรับปรุงโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุด 2)ศึกษาแนวทางการปรับปรุงระบบส่งน้ำ และระบบระบายน้ำของโครงการ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 3)เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการพัฒนาองค์กรและกลุ่มผู้ใช้น้ำ จัดทำเป็นคู่มือการบริหารจัดการน้ำ(Operation Manual) 4)กำหนดรูปแบบการพัฒนาและการบริหารจัดกาโครงการ เพื่อรองรับน้ำต้นทุนเพิ่มจากลุ่มข้างเคียงในอนาคตให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 5)เพื่อให้ได้ระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ของโครงการเพื่อใช้เป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำ และ 6)สร้างความเข้าใจร่วมกันของประชาชนและกลุ่มผู้ใช้น้ำในการบริหารจัดการน้ำ และสร้างโอกาสในการมีส่วนร่วมของสาธารณชนอย่างจริงจัง โดยให้สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พุทธศักราช 2548 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีกลุ่มเป้าหมายในการประชุม คือ กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการ ผู้นำในท้องที่ หน่วยงานทางราชการระดับจะต่างๆ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 238 คน

พิมพ์ อีเมล