Black Ribbon
A- A A+

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์มอบนโยบายการขับเคลื่อนจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นศูนย์กลางการผลิตพืชกระท่อมอย่างเป็นระบบครบวงจร แก่เกษตรกรและผู้นำชุมชนที่อำเภอสมเด็จ

       วันที่ 8 เมษายน 2565 เวลา 10.00 น. นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานพิธีเปิดเวทีประชุมชี้แจงนโยบายสาธารณะวาระกาฬสินธุ์เมืองสีเขียวอัจฉริยะ (Kalasin Smart Green City) แก่หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และเกษตรกร ในพื้นที่อำเภอสมเด็จ จำนวนกว่า 100 คน ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง อำเภอสมเด็จ โดยนายอดิศร วิทูรศิลป์ นายอำเภอสมเด็จ นายนิยม โยหาสิทธิ์ นายก อบต.หนองแวง นางพรรณวดี วิทักษ์บุตร เกษตรอำเภอสมเด็จ และคณะ ให้การต้อนรับ วิทยากรจำนวน 2 คน ได้แก่ ดร.นิรุจน์ อุทธา หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดกาฬสินธุ์ ชี้แจงนโยบายสาธารณะ Kalasin Smart Green city และเทคนิคการปลูกกระท่อมเชิงพาณิชย์อย่างเป็นระบบ และนายประพาส ยงคะวิสัย ประธานวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกระท่อม กัญชงกัญชาสงเปลือย บรรยายเรื่อง แนวทางการขับเคลื่อนให้จังหวัดกาฬสินธุ์เป็น Kratom HUB ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในปี 2567 พร้อมมอบต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ก้านแดงให้ผู้ร่วมประชุมไปปลูกเป็นสมุนไพรที่บ้านคนละ ๒ ต้น โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ปลูกกระท่อมพันธุ์ก้านแดงที่แปลงสาธิตเศรษฐกิจพอเพียง อบต.หนองแวง ไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

      นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กล่าวให้คำแนะนำการปลูกกระท่อมตามยุทธศาสตร์กาฬสินธุ์เมืองสีเขียวอัจฉริยะว่า ต้องการให้กระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกเพื่อเสริมรายได้ให้เกษตรกร เพิ่มรายได้จากอาชีพเกษตรที่ทำอยู่แล้ว ซี่งกระท่อมเป็นพืชขายใบ มีสรรพคุณทางสมุนไพรมากมาย และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด โดยจังหวัดกาฬสินธุ์มองเห็นโอกาสใหม่ๆจึงได้ส่งเสริม ให้กระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกของจังหวัด โดยประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนด้านการตลาดให้เกษตรกรอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมรายได้ให้เกษตรกรในระยะแรก หากประสบผลสำเร็จก็สามารถเพิ่มพื้นที่ปลูกมากขึ้นในอนาคต โดยมีหน่วยงานทุกภาคส่วนให้ความช่วยเหลือ ทั้งด้านวิชาการ การวิจัย ตลาดนำผลิต ตลอดจนการแปรรูป ซึ่งปัจจุบันจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ลงนามความร่วมมือกับสมุทรปราการ ด้านการนำเครื่องจักรแปรรูปเครื่องดื่มชูกำลังกระท่อมมาตั้งที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และเป็นจุดรับซื้อใบกระท่อมป้อนโรงงานฯอย่างเป็นระบบ จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบันมีตัวอย่างเกษตรกรที่อำเภอหนองกุงศรี ปลูกกระท่อมแบบผสมผสานในแปลงพริก พื้นที่ 1 ไร่ ใช้เวลา 8 เดือน สามารถเก็บใบขายได้แล้ว ประมาณ 5 ตัน ราคากิโลกรัมละ 500 บาท มีรายได้สูงถึง 5 แสนบาท นี่เป็นตัวอย่างความสำเร็จของเกษตรกรที่มองเห็นโอกาสใหม่ๆของพืชกระท่อม จึงขอให้ สภาเกษตรกร และหน่วยงานทุกภาคส่วน ช่วยกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อให้กาฬสินธุ์เป็นศูนย์กลางการผลิตกระท่อมเชิงพาณิชย์ หรือ KRATOM HUB ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างเป็นระบบ ในอนาคต ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์กล่าว

ที่มา สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดกาฬสินธุ์

พิมพ์ อีเมล