Black Ribbon
A- A A+

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ ลั่นฆ้องเปิดงาน “คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ” เพื่อให้บริการทางการเกษตรและแก้ไขปัญหาแก่เกษตรกรในพื้นที่ ตำบลกุดจิก อำเภอท่าคันโท

    วันที่ 3 มีนาคม 2565 เวลา 10.00 น. นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ณ โรงเรียนกุดจิกวิทยาคาร หมู่ที่ 5 ตำบลกุดจิก อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอำเภอท่าคันโท หัวหน้าส่วนราชการของอำเภอท่าคันโท นายกเทศมนตรีตำบลกุดจิก ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้และพี่น้องเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมในพิธี

    โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการด้านการเกษตรแก่เกษตรกร ในการแก้ไขปัญหาด้านการผลิตทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว ครบถ้วนทุกด้านในคราวเดียวกัน และสอดคล้องกับปัญหาความต้องการของเกษตรกร ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยได้กำหนดให้โรงเรียนกุดจิกวิทยาคาร หมู่ที่ 3 ตำบลกุดจิก อำเภอท่าคันโท เป็นจุดให้บริการโครงการ ไตรมาสที่ 2 กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การให้บริการคลินิกต่างๆ จำนวน 12 หน่วยงาน ได้แก่ คลินิกพืช คลินิกข้าว คลินิกดิน คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย คลินิกประมง คลินิกปศุสัตว์ คลินิกยางพารา คลินิกหม่อนไหม และคลินิกพันธุ์พืชเพาะเลี้ยง พร้อมทั้งหน่วยงานภาคเอกชน เข้าร่วมให้บริการแก่เกษตรกรในครั้งนี้ โดยมีเกษตรกรร่วมงานและเข้ารับบริการ ทั้งสิ้นกว่า 100 ราย
     ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่าโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการถ่ายทอดความรู้ และเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ถือได้ว่าเป็นโครงการที่สำคัญตามนโยบายการพัฒนาเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ดำเนินการอย่างบูรณาการ และต่อเนื่องในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อเกษตรกรในการจะที่จะได้รับบริการครบวงจรในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านดิน ด้านพืช ด้านปศุสัตว์ ด้านประมง ด้านบัญชี ด้านกฎหมาย และอื่นๆ ซึ่งเป็นการนำบุคลากร อุปกรณ์ และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาสู่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ โดยเกษตรกรไม่จำเป็นต้องเดินทางไกล ซึ่งบางครั้งถ้าต้องการติดต่อหลายๆ เรื่อง หรือหลายหน่วยงานก็อาจจะต้องไปหลายๆ ที่ เพราะสถานที่ตั้งของส่วนราชการต่างๆ อาจจะอยู่ห่างไกลกัน ทำให้ไม่สะดวกต่อเกษตรกร และทำให้ต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นโครงการที่ดีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่วมกันช่วยเหลือดูแลเกษตรกรในพื้นที่อย่างแท้จริง

พิมพ์ อีเมล