สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดกาฬสินธุ์
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 10.29 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังอาคารกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ประจำปีการศึกษา 2561-2562 โดยปีนี้ สภามหาวิทยาลัยฯ มีมติทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพืชศาสตร์ แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในด้านการพัฒนาต่าง ๆ โดยเฉพาะการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและทรัพยากรของประเทศ จนก่อเกิดเป็นโครงการในพระราชดำริฯ หลายโครงการฯ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ
จากนั้น พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาตรี จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร, คณะบริหารศาสตร์, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสุขภาพ, คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม, คณะศิลปศาสตร์, คณะศึกษาศาสตร์และนวัตกรรมการศึกษา รวมทั้งสิ้น 1,382 คน
ภายหลังพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าไปส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยเป็นสากล อาทิ ผ้ามัดหมี่ภูไท ผ้าซิ่นแพรวา ผ้าคลุมไหล่ จากกลุ่มอาชีพสตรีทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน, ผ้าห่ม ผ้าขาวม้า ตุ๊กตาไดโนเสาร์ จากกลุ่มทอผ้ามัดหมี่ และหมอนขิดบ้านด่านเหนือ โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนำไปจำหน่ายที่ร้านภูฟ้า
เวลา 13.37 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนคำม่วง อำเภอคำม่วง ทรงเปิดอาคาร "สิริสินธุศาสตร์" ซึ่งเป็นอาคารเรียนขนาด 4 ชั้น 24 ห้องเรียน ได้รับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อปี 2562 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย "ส.ธ." ประดับป้ายชื่ออาคาร
เวลา 14.47 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ ของโรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์ อำเภอห้วยผึ้ง ทรงติดตามความก้าวหน้าโครงการตามพระราชดำริของโรงเรียนฯ ได้แก่ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ใช้พื้นที่ 3 ไร่ ส่งเสริมให้นักเรียนเลี้ยงไก่ไข่ และปลา รวมทั้งปลูกพืชผักในพื้นที่ร่มและกลางแจ้ง ผลผลิตนำไปประกอบเลี้ยงอาหารกลางวัน ทรงเปิด "โครงการจัดหาน้ำสนับสนุนโรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์" ซึ่งสำนักงาน กปร. ร่วมกับ กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนองพระราชดำริในการจัดทำโครงการฯ
จากนั้น พระเทพญาณวิศิษฎ์ นำผู้แทนครู และนักเรียนโรงเรียนท่านผู้หญิงจันทิมา พึ่งบารมี จังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์บวรศิลป์ เชาว์ชื่น ประธานกรรมการมูลนิธิตะวันฉาย เฝ้าทูลละอองพระบาท กราบบังคับทูลรายงานการรักษานักเรียนโรงเรียนท่านผู้หญิงจันทิมา พึ่งบารมี ที่มีความพิการปากแหว่ง เพดานโหว่ จำนวน 2 คน ขณะนี้ได้รับการผ่าตัดแล้ว 1 คน โดยมีพระราชดำริให้ช่วยดูแลรักษาเด็กให้ดีขึ้น รวมถึงการสร้างความมั่นใจให้เด็กสามารถอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นได้ด้วย
ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานนักเรียน อาทิ ผลงานวิชาการ ได้แก่ ระบบบริหารจัดการน้ำด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การปลูกต้นไม้ การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ นอกจากนี้ ยังให้นักเรียนเรียนรู้การบูรณาการน้ำสู่อาชีพ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ รวมทั้ง ยังมีผลงานนักเรียน อาทิ การแกะสลักสบู่, งานร้อยมาลัย, งานใบตอง, งานพวงกุญแจจากวัสดุเหลือใช้, การทำเสื้อปักมือลายภูไท และการทำธุงอิสาน ซึ่งมีปราชญ์ชาวบ้านเข้ามาสอน โดยธุงอิสาน ใช้ประดับเมื่อมีงานบุญ และเพื่อความเป็นสิริมงคล
ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับทรงทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ชุมชนของดี 4 ตำบล ที่นำสุดยอดผลิตภัณฑ์โอท็อปของแต่ละตำบลมาจัดแสดง ได้แก่ ตำบลคำบง, ตำบลนิคมห้วยผึ้ง, ตำบลไค้นุ่น และตำบลหนองอีบุตร ส่วนใหญ่เป็นผ้าฝ้าย ผ้าไหมแพรวา ผ้ามัดหมี่ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้า เช่น กระเป๋าถือ ผ้าห่ม ผ้าสไบ สินค้าทางการเกษตรต่าง ๆ จำหน่ายภายในชุมชน และขายออนไลน์ มีรายได้เฉลี่ย 8,000-15,000 บาทต่อเดือน





















