Black Ribbon
A- A A+

เกษตรกรชาวกาฬสินธุ์กว่า 1,065 รายสนใจเข้าร่วมโครงการต้นแบบปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา หลังจากที่สถาบันปิดทองหลังพระทดลองปลูกแล้วได้ผลผลิตกว่า 1,600 กิโลกรัมต่อไร่

     นายกฤษฎา บุญราช ประธานสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พร้อมด้วยคณะลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ติดตามผลการดำเนินโครงการต้นแบบปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่แปลงสาธิตต้นแบบ หนองเลิงเปลือย ตำบลสามัคคี อำเภอร่องคำ ซึ่งสถาบันปิดทองหลังพระฯ ได้จัดทำขึ้น​เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรโดยได้เริ่มต้นจัดทำโครงการต้นแบบปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 ในพื้นที่เพาะปลูก 2 งาน ขณะนี้ใกล้เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว คาดการณ์ผลผลิต 800 กิโลกรัมหรือ 1,600 กิโลกรัมต่อไร่

     จากนั้น ได้พบปะเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ที่ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีนายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรจังหวัด นายอำเภอ เกษตรอำเภอทุกอำเภอ ร่วมรับฟังแนวทางการดำเนินโครงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการฯและสร้างทางเลือกการประกอบอาชีพหลังนา เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในสถานการณ์ที่ตลาดมีความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในปริมาณสูงและมีแนวโน้มที่ราคาจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสืบสาน ต่อยอด ขยายผลแนวพระราชดำริ “ทฤษฎีใหม่” และ สร้างการมีส่วนร่วม “รู้ รัก สามัคคี” ​

     นายกฤษฎา บุญราช ประธานสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า โครงการฯ นี้ ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ที่จะเข้าร่วมโดยให้การสนับสนุนสินเชื่อปัจจัยการผลิตและบริการเครื่องมือทางการเกษตรแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการโดยไม่คิดดอกเบี้ย ประกอบด้วย เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช โดรนพ่นยา เครื่องหยอดเมล็ด เครื่องหยอดปุ๋ย และหักค่าปัจจัยการผลิตและค่าบริการเครื่องมือทางการเกษตร เมื่อเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ นำผลผลิตมาจำหน่าย หากเกษตรปฏิบัติตามเงื่อนไขและคำแนะนำ แต่เมื่อเกิดภัยพิบัติ หรือมีรายได้จากการจำหน่ายไม่เพียงพอกับค่าปัจจัยการผลิตและค่าบริการเครื่องมือทางการเกษตร จะมีคณะทำงานตรวจประเมินและรับรอง พิจารณาการยกหนี้ค่าปัจจัยการผลิตส่วนที่เหลือ ​เพื่อให้ได้เป้าหมายผลผลิตอย่างน้อย 1,300 กิโลกรัมต่อไร่ และตกลงรับซื้อเมล็ดข้าวโพดความชื้นไม่เกินร้อยละ 27 ราคา 8.50 บาทต่อกิโลกรัม โดยมีเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์กว่า 1,065 รายสนใจเข้าร่วมโครงการ

ที่มา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์

พิมพ์ อีเมล