Page 48 - สรุปข้อมูลพื้นฐานจังหวัดกาฬสินธุ์
P. 48
- 47 -
ลำดับที่ ชื่อป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่ตาม เนื้อที่กรม เนื้อที่ สปก. คงเหลือพื้นที่
กฎกระทรวง อุทยานฯ ป่าสงวน
ซ้อนทับ แห่งชาติ
9 ป่าดงระแนง 69,375 - 18,621 50,754
10 ป่าดงหมู 88,075 2,854 558 84,663
11 ป่าดงห้วยฝา 108,122(กันออก) 13,451 39,517 55,184
12 ป่านาจารและป่าดง 48,616 (กันออก) - 47,318 1,298
ขวาง
13 ป่าภูพาน 214,843 86,185 15,714 112,944
14 ป่าภูโหล่ย 38,437 - 23,049 15,388
รวม 1,150,059 187,128 464,550 501,231
ที่มา : สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาฬสินธุ์
3.3) ทรัพยากรดินและการใช้ดิน
3.3.1 สภาพดิน
จากการสำรวจสภาพดินของจังหวัดกาฬสินธุ์แบ่งดินตามลักษณะพื้นที่และ
ศักยภาพการใช้ประโยชน์ที่ใกล้เคียงกัน ดังนี้
(1) ดินที่เกิดในที่ราบน้ำท่วมถึง แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ดินที่เกิดตามสัน
ริมฝั่งแม่น้ำ ได้แก่ ดินชุดเชียงใหม่ มีลักษณะเนื้อดินละเอียดปานกลางเนื้อดินด้านบนเป็นดินร่วน หรือร่วนปน
ทรายแป้ง สีน้ำตาลเข้มหรือสีน้ำตาลปนเทาเข้ม มีปฏิกิริยาเป็นกรดปานกลาง ถึงเป็นกรดเล็กน้อย มีค่าของ
PH อยู่ระหว่าง 6.0 – 6.5 ส่วนดินชั้นล่างมีลักษณะเนื้อดินไม่แน่นอน อาจเป็นดินร่วนหรือดินร่วนเหนียว
ปนทรายแป้งสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลปนแดงหรือสีน้ำตาลปนเหลืองเข้ม มีปฏิกิริยาเป็นกรดเล็กน้อยถึง
ปานกลาง ค่าของ PH ประมาณ 6.5 – 7.0เหมาะสำหรับทำนาปลูกข้าว
(2) ดินที่เกิดในที่ราบต่ำของตะพักลำน้ำ จะพบในบริเวณพื้นที่ที่มีระดับดิน สูงกว่า
ดินพวกแรกที่ว่ามาแล้วเล็กน้อย ซึ่งพอจะแยกออกเป็น 4 พวกใหญ่ๆ ดังนี้
- ดินที่มีเนื้อดินลึก ได้แก่ ดินชุดร้อยเอ็ด ที่พบมากที่สุด ดินชนิดนี้มีลักษณะเนื้อดิน
เป็นดินร่วนปนทรายละเอียด หรือดินร่วนสีน้ำตาลปนเทาเข้ม มีปฏิกิริยาเป็นกรดแก่ หรือกรดปานกลาง ค่าของ PH
ประมาณ 5 – 6 ดินนี้มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำให้ผลผลิตข้าวเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 20 – 30 ถังต่อไร่
- ดินที่มีเนื้อดินตื้น ได้แก่ ชุดดินอ้น ดินเพ็ญ จะพบชั้นกรวดลูกรัง หรือชั้นศิลาแลง
อยู่ตื้นประมาณ 50 เซนติเมตร
- ดินที่เป็นทรายจัด ได้แก่ ดินชุดอุบลเป็นดินทรายร่วน ลึกเกิน 80 เซนติเมตร
- ดินเค็ม ได้แก่ ดินชุดอุดร ในดินชุดนี้จะสังเกตเห็นง่ายในฤดูแล้งจะมีคราบ
เกลือขาวๆ อยู่ที่ผิวดินบนสภาพดินดังกล่าวเหมาะสำหรับทำไร่นาสวนผสมเศรษฐกิจพอเพียง
(3) ดินที่ดอน เหมาะสำหรับการปลูกพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง และอ้อย อีกทั้ง
ยังคงสภาพเป็นป่าธรรมชาติ ดินพวกนี้พบในพื้นที่ที่เรียกว่า ที่ราบของตะพักลำน้ำชั้นกลาง กับที่ราบของตะพัก
ลำน้ำชั้นสูง มีลักษณะทั่วไปเป็นลุ่มๆ ดอนๆ แบบลูกคลื่น จะสังเกตได้ง่าย คือ อยู่สูงกว่าดินที่ใช้ทำนา
(ที่มา : สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์)

