พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 “กาฬสินธุ์เกมส์” และ กีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 เวลา 18.00 น. ณ วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 “กาฬสินธุ์เกมส์” จัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 6 – 16 พฤศจิกายน 2567 และ กีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 “พระยาชัยสุนทรเกมส์” จัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 20 –26 พฤศจิกายน 2567 โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 3 ผู้แทนจังหวัดในภาค 3 หัวหน้าส่วนราชการ นักกีฬา และผู้ฝึกสอนเข้าร่วมพิธี
นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เป็นความภาคภูมิใจที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับความไว้วางใจจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาทั้ง 2 รายการ โดยวัตถุประสงค์ของการ จัดแข่งขันเพื่อส่งเสริมและพัฒนากีฬาสู่ความเป็นเลิศของจังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดในระดับภูมิภาค ส่งเสริมสนับสนุนการเชื่อมโยงด้านอุตสาหกรรมกีฬา อันเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมวลรวมของจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีการจัดแข่งขันกีฬาเยาวชนฯ จำนวน 42 ชนิดกีฬา และกีฬาอาวุโส จำนวน 13 ชนิดกีฬา โดยสนามที่ใช้ในการแข่งขัน ร้อยละ 80 อยู่ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และสนามกระจายตัวอยู่ในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอนามน อำเภอกมลาไสย อำเภอยางตลาด และอำเภอสหัสขันธ์ คาดว่าจะมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ณ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในครั้งนี้ กว่า 10,000 คน ซึ่งจะทำให้บรรยากาศการแข่งขันในจังหวัดกาฬสินธุ์มีความคึกคักอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังมีชนิดกีฬาที่จังหวัดยังไม่มีความพร้อมด้านสนามแข่งขัน ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 3 จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมดำเนินการจัดการแข่งขัน จึงขอฝากไปยังลูกๆ นักกีฬา ให้ตั้งใจแข่งขันด้วยความมุ่งมั่น มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย นอกจากคุณค่าของเหรียญรางวัลที่ผ่านการปลุกเสกจากหลวงปู่ศิลา สิริจันโท แล้ว สิ่งที่จะทรงคุณค่าเพิ่มมากขึ้นอีกก็คือการได้มาซึ่งชัยชนะอันบริสุทธิ์ และพร้อมนี้ ก็ขอฝากผู้ตัดสินกีฬา ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อคัดสรรเอานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศและมีศักยภาพสูงสุดของภาค 3 ไปสู่การแข่งขันระดับชาติ ณ จังหวัดชลบุรี ต่อไป