ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ เน้นย้ำ ทุกภาคส่วนดำเนินการแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างจริงจัง และบังคับใช้กฎหมายยับยั้งการเผาอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันสร้างอากาศที่ดีให้กับลูกหลาน
วันที่ 29 มกราคม 2568 เวลา 10.30 น. นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ 2 ท่าน (นายธนภัทร ณ ระนอง นายนพดล จอมเพชร) หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ และคณะทำงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้องประชุมฟ้าแดดสงยางชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม
โดย นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้เน้นย้ำการดำเนินการ ตามมาตรการยกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5
ดังนี้
มาตรการที่ 1 เฝ้าระวังและแจ้งเตือนสถานการณ์อย่างทันท่วงที
- สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ สนับสนุนข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อให้หน่วยงานใช้เป็นข้อมูลในการเฝ้าระวังและวางแผนแก้ไขปัญหา และเผยแพร่ข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) และสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ให้ประชาชนทราบผ่านช่องทางการสื่อสารของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง
- กรมควบคุมมลพิษ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์ฝุ่น PM จุด 5 ในรูปแบบที่ง่ายต่อความเข้าใจของประชาชน รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพและคำแนะนำในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง เมื่อต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
- กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์มลพิษจากส่วนหน้าโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนและตัดสินใจในการบริหารจัดการเพื่อตอบโต้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านการพยากรณ์ในการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ทราบสถานการณ์ผ่านช่องทางการแจ้งเตือนทุกช่องทาง ยกระดับการเตือนภัยแบบเฉพาะเจาะจง โดยใช้นวัตกรรมการแจ้งเตือนที่ทันสมัย ร่วมปฏิบัติการสนับสนุนทรัพยากร วัสดุ อุปกรณ์เครื่องจักรสาธารณภัย รวมถึงอากาศยาน เพื่อลดผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
- กรมประชาสัมพันธ์ เร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์ แนวทางการปฏิบัติตนการดูแลสุขภาพอย่างปลอดภัย ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายผ่านสื่อทุกช่องทางและต่อเนื่อง
- กระทรวงดิจิตอลเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อยกระดับการแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละออง
มาตรการที่ 2 ป้องกันปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมการเผาอย่างเด็ดขาด
ด้านการจัดการฝุ่นละอองในเขตเมือง
- กระทรวงคมนาคม/กรมการขนส่งทางบก เร่งรัดการดำเนินการตรวจสอบ ตรวจจับ การใช้ยานพาหนะทุกประเภทที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน เข้มงวดการตรวจวัดตรวจจับงานพาหนะฟันดำ เน้นย้ำให้ตรวจสภาพรถตามมาตรฐานที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งรัดการ ตรวจจับ การใช้งานพาหนะทุกประเภทที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน เข้มงวดการตรวจวัดตรวจจับยานพาหนะควันดำ บังคับใช้กฎหมายในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการฝุ่นละอองในเขตเมืองจากแหล่งกำเนิดต่างๆ
- กรมโยธาธิการและผังเมือง/กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบโครงการก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐาน ให้มีการกำหนดมาตรการและแนวทางบริหารจัดการเพื่อลดฝุ่นที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐาน และหากพบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานให้พิจารณาระงับการก่อสร้างชั่วคราว
- กระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจสอบมาตรฐานการจัดการฝุ่นละอองของโรงงานมิให้รั่วไหลสู่พื้นที่รอบนอก
ด้านการจัดการหมอกควันข้ามแดน
- กระทรวงการต่างประเทศ/กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการผลักดันยุทธศาสตร์ฟ้าใส (Clear Sky Strategy) เร่งหาหรือกลับประเทศเพื่อนบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนให้เกิดผลเป็นรูปประธรรม
มาตรการที่ 3 ลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนให้มีน้อยที่สุด
- กระทรวงสาธารณสุข ออกหน่วยให้บริการประชาชนและสร้างการรับรู้ให้ทราบคำแนะนำข้อปฏิบัติที่ถูกต้องในการป้องกันตนเอง จัดหาอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) ห้องปลอดฝุ่น ไว้บริการประชาชนอย่างเพียงพอและเหมาะสม
- กระทรวงแรงงาน ประสานสถานประกอบการ หน่วยงานภาคเอกชน ให้ความร่วมมือในการดำเนินมาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน อาทิ การอนุญาตให้พนักงานทำงานหรือปฏิบัติงานในที่พัก (Work From Home)
- กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์มลพิษอากาศล่วงหน้าโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนและตัดสินใจในการบริหารจัดการเพื่อตอบโต้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- ส่วนราชการทุกหน่วยงาน ปฏิบัติตามมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดผลกระทบ ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน อาทื การทำงานหรือปฏิบัติงานในที่พัก (Work From Home) รถทุกคันของหน่วยงาน จะต้องมีการตรวจสภาพดูแลรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้มีควันดำเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล
มาตรการที่ 4 บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างเข้มข้น
- จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด ใช้ระบบบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) สั่งการหน่วยงานยกระดับการดำเนินงานอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้นในทุกมาตรการ ออกประกาศกำหนดการควบคุมการเผาล่วงหน้า และบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายในการห้ามเผาอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด เมื่อสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ให้พิจารณาประกาศใช้มาตรการทำงานที่บ้าน (Work From Home) พิจารณาประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบและหลักเกณฑ์
- กระทรวงกลาโหม สนับสนุนทรัพยากร เครื่องจักรกล ยุทโธปกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่าหรือพื้นที่มีสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองเชิงมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง และการสนับสนุนการปฏิบัติการทางอากาศในพื้นที่ที่กำลังภาคพื้นที่ดินเข้าถึงยาก
มาตรการที่ 5 สนับสนุนงบประมาณ
- กระทรวงการคลัง/สำนักงบประมาณ เร่งรัดกระบวนการพิจารณางบประมาณ งบกลาง รายงานเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้แก่หน่วยงานที่ของรับการสนับสนุน ให้ทันต่อสถานการณ์ในการแก้ไขปัญหา
มาตรการที่ 6 การขับเคลื่อนกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
- กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ให้มีการประชุมเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง รวมถึงมีการติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกสัปดาห์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ให้กรมประชาสัมพันธ์จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม (Joint Inflation Center : JIC) เพื่อสื่อสารข้อมูลสถานการณ์และข้อแนะนำในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องแก่ประชาชน และให้ทุกหน่วยงานรายงานผลการปฏิบัติงานให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเป็นประจำทุกวัน
จากนั้น นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เป้าหมายของจังหวัดกาฬสินธุ์ คือ ต้องไม่มีการเผาในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพราะฉะนั้นทุกภาคส่วนจะต้องดำเนินการและบริหารจัดการกับปัญหาการเผาในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานอย่างเข้มข้น พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และต้องมีการดำเนินการเที่เกี่ยวข้องกับการเกิดควันในทุกมิติ เช่นการตรวจจีบยานพาหนะที่มีควันดำ การสุ่มตรวจโรงงานอุตสาหกรรม ให้เป็นไปตามมาตรฐานในการจัดการฝุ่นละอองหรือมลพิษ นอกจากนี้ ต้องมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในการดำเนินการตามมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พร้อมทั้งวิธีปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ให้ประชาชนได้รับทราบ และขอเน้นย้ำว่า ทุกภาคส่วนดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง และบังคับใช้กฎหมายเมื่อมีการเผาอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันสร้างอากาศที่ดีให้กับลูกหลานของเรา
ที่มา สนง.ปชส.กส.