จังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมขับเคลื่อนโครงการต้นแบบปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

   วันที่ 2 กันยายน 2565 เวลา 09.30-11.00 น. ณ ศาลาประชาคม ม.8 ต.บึงวิชัย อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมประชุมกับคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการต้นแบบปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นำโดยนายสุวิทย์ คำดี ที่ปรึกษาประธานสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ นางละม่อม สุนทรชัย หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะทำงานระดับอำเภอ ประกอบด้วย เกษตรอำเภอ เจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดิน และเจ้าหน้าทีากรมชลประทาน กำนันผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกรในพื้นที่ ผู้แทนบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โปรดิวส์ และจนท.ปิดทองหลังพระฯ

    รอง.ผจว.ศุภศิษย์ กอเจริญยศ มาเน้นย้ำการดำเนินโครงการด้วยตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกร มั่นใจว่าได้ผลตอบแทนดีกว่านาปรัง เป็นโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนแล้วมีรายได้ที่สูงขึ้น
    ทปษ.สุวิทย์ คำดี กล่าวว่าโครงการนี้มีความสำคัญมาก เกษตรกรต้องตั้งใจฟัง การทำนาที่ผ่านมา ราคาต่ำ ไม่มีประกันราคา ผลผลิตล้นตลาด ขาดทุน เกษตรกรก็เห็นอยู่แล้ว ซึ่วการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงหลังนามีความต้องการสูง ราคาดี ประเด็นสำคัญที่สามารถฟังแล้วตัดสินใจสมัครมีอยู่ 3 เรื่อง
     1) การประกันราคา 2)แหล่งรับซื้อใกล้บ้าน 3)ไม่มีทุนก็ทำได้ บริษัทมีสินเชื่อปัจจัยการผลิตให้ ไม่มีดอกเบี้ย เรื่องน้ำ เรื่องดินไม่ต้องกังวล ชลประทานจะลงไปตรวจแปลงให้พร้อมกับพัฒนาที่ดิน 
      คุณขวัญยุทธ : CPP เข้ามาส่งเสริมและรับซื้อคืน เป้าหมายมากกว่า100ไร่ เพื่อเปิดลานรับซื้อใกล้บ้าน มีปัจจัยการผลิตไม่มีดอกเบี้ย ถ้าผลิตตามนักวิชาการบอกแล้วไม่ได้ผลผลิตตามที่ตั้งไว้ ขายแล้วรายได้ไม่พอจ่ายค่าปัจจัยการผลิต(เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยา) บริษัทจะพิจารณาไม่เก็บค่าปัจจัยการผลิต
      ประเด็นที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ : การที่ปรับราคารับซื้อลงตามความชื้น เป็นมาตรฐานของการรับซื้อทั่วไปอยู่แล้ว แต่หน้าที่ของนักส่งเสริม หรือบริษัทจะต้องมีวิธีในการทำให้เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวที่ความชื้นไม่เกิน 27% โดยก่อนเก็บเกี่ยวต้องงมาตรวจแปลง ตรวจวัดความชื้น เก็บเกี่ยวในวันที่กำหนด
       หน.ละม่อม : เปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนที่น้ำหนักผลผลิตต่างกัน ที่ราคา 8.50 บาท
       น้ำหนัก 1,000 กก.กำไรอยู่ที่ 4,066 บาท/ไร่ 
       น้ำหนัก 1,100 กก. กำไรอยู่ที่ 4,916 บาท/ไร่
       น้ำหนัก 1,200 กก. กำไรอยู่ที่ 5,766 บาท/ไร่
       1,300 กก.(ตามเป้าหมาย) กำไรอยู่ที่ 6,616 บาท/ไร่ ซึ่งวันนี้โครงการนี้ รับซื้อที่ความชื้น 27% ราคา 8.5 บาท ต่างจากราคาประกันของโครงการภาครัฐที่ 8.50 บาทที่ความชื้น             14%เกษตรกรจะต้องไปแกะเปลือกและตากลดความชื้นในแปลง หรือไม่ก็ต้องเก็บฝักมาตากที่ลานเป็นเวลา 7 วันทำให้มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดการสูงขึ้น
กำนันบุญส่ง : เราถึงประสบการณ์ในการปลูกข้าวโพดมากกว่า 20 ปี ที่อ.วังน้ำเขียว นครราชสีมา ไม่เคยมีการประกันราคาจากภาครัฐหรือบริษัทเอกชน เกี่ยวที่ความชื้น 27% ขายได้ราคา 5-6 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาที่โครงการนี้รับรองให้เกษตรกร โดยส่วนตัวเชื่อว่าราคาน่าจะสูงกว่า 8.50 บาท ในฤดูกาลนี้หรือปีต่อๆไป ในการดำเนินปลูกให้ประสบความสำเร็จ สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ต้องใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วย ในการพ่นยา ปุ๋ย อย่างไรก็เชื่อว่าเกษตรกรได้กำไรแน่นอน
       สรุปเวทีประชุม : เกษตรกรมีประเด็นคำถามและได้รับคำตอบเพื่อให้เข้าใจในแนวทางของโครงการ กำนันผู้ใหญ่บ้านสนใจสมัครเพื่อจะทำเป็นแบบอย่างให้ชาวบ้านว่าให้ผลตอบแทนที่ดีมีพื้นที่ที่เหมาะสมสามารถปลูกได้ สรุปมีผู้สนใจสมัครทันที วันที่ 2/9/65 จำนวน 37 ราย 110ไร่ รวมกับของเดิมจำนวน 51ราย 263 ไร่ เป็นทั้งหมด 88 ราย 373 ไร่

พิมพ์