กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสังคมไทย
วันที่ 25 กรกฎาคม 2565 เวลา 09.00 น. นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายให้ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสังคมไทย ณ ห้องประชุมดอกเกด โรงแรมริมปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี พ.อ.สุรศักดิ์ สำราญบำรุง รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายให้ พ.อ.สุรชัย การปลูก หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายและแผน กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ และผู้เข้าร่วมประชุมให้การต้อนรับ โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร น้ำหนดจัดกิจกรรมตามแผนงาน /โครงการการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสังคมไทย ประจำปี 2565 ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ได้พิจารณาคัดเลือกจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินการ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน สื่อสารประชาสัมพันธ์นโยบาย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติเพิ่มพูนองค์ความรู้ใหม่ให้เกิดความรอบรู้ รวมถึงพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพและเกิดเป็นรูปธรรม โดยมีหน่วยงานเข้าร่วมประชุม จำนวนทั้งสิ้น 96 คน ประกอบด้วยผู้แทนจากกรมการปกครองภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้ง 18 อำเภอ จำนวน 36 คน ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัดและผู้แทนจากสถานีตำรวจภูธรในสังกัด จำนวน 40 คน พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จำนวน 20 คน ซึ่งเป็นหน่วยงานต่างๆ ภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยปัจจุบันปัญหาหนี้นอกระบบถือเป็นปัญหาทางศรษฐกิจประการหนึ่ง ทั้งนี้ ก็สืบเนื่องมาจากปัญหาความยากจน และเกี่ดจากการที่ประชาชน ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินในระบบสถาบันการเงินได้สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหนี้นอกระบบอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ประชาชนมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ ปัญหาจากลักษณะนิสัยของลูกหนี้ในการใช้จ่ายอย่างพุ่มเฟือยไม่เหมาะสมกับฐานะของตน ปัญหาของสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นวัตถุนิยมมากยิ่งขึ้น ปัญหาการไม่สามารถกู้ยืมเงินในระบบสถาบันการเงินได้ และปัญหาด้านการศึกษาทำให้ขาดความรู้ความเข้าใจ ในการวางแผนทางการเงิน ดังนั้น บรรดาบุคคลที่มีเงินทุน จึงอาศัยช่องทางเหล่านี้ในการประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินแก่ประชาชน โดยอาศัยความได้เปรียบและมีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจและสังคมที่เหนือกว่าเอารัดเอาเปรียบ ในการให้กู้ยืมเงินแก่ลูกหนี้โดยเฉพาะการเรียกดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้






