องคมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ เพื่อรับฟังรายงานและติดตามการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำชีรวมทั้งการเตรียมความพร้อมของส่วนราชการในการให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรกรณีที่อาจเกิดภัยพิบัติในช่วงฤดูฝน
วันที่ 6 กรกฎาคม 2565 นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี ในฐานะรองประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำชี รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำของเขื่อนลำปาว ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีนาย ทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนราชการ และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี ได้เคยร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตาม สถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำชี ณ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ในครั้งนั้น กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้ว่าจะมีฝนทิ้งช่วงในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ในครั้งนี้จึงลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงาน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับฟังรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา โดยกรมชลประทานรายงานว่าสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนลำปาว มีปริมาณน้ำเก็บกักทั้งสิ้น 1,650 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 36 และช่วงวันที่ 1 มิถุนายน 2565 จนถึงปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลเข้าน้อยกว่าปี 2564 ถึง 170 ล้านลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำเก็บกักในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ประมาณ 3,940 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ปกติประมาณ 190 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 5 กรมอตุนิยมวิทยาได้รายงานว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันปริมาณน้ำฝนตกสะสมน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ประมาณร้อยละ 3-4 โดยมีปริมาณน้ำฝนตกสะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำชีรวม 539 มิลลิเมตร และคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำฝนในช่วงเดือนกรกฎาคมจะต่ำกว่าเกณฑ์ปกติประมาร้อยละ 10 เดือนสิงหาคมจะใกล้เคียงเกณฑ์ปกติ และในเดือนกันยายนจะสูงกว่าเกณฑ์ปกติประมาณร้อยละ 10 ดังนั้น จึงควรระมัดระวังปริมาณน้ำฝนในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนที่มีปริมาณมาก อาจทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำหลากในบางพื้นที่
ในการนี้นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยได้ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในการสอดส่องดูแลประชาชน โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำซึ่งมีผลโดยตรงต่อการทำเกษตรกรรมอาชีพของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ และขอให้ส่วนราชการทุกภาคส่วน ร่วมมือกันทำงาน เพื่อช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา และบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเต็มที่










ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์