ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ออกมาตรการเข้มให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย 100% เมื่อออกจากเคหสถาน หรือสถานที่อื่นใด ฝ่าฝืน ปรับ ไม่เกิน 20,000 บาท ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 มีผล 26 เมษายน นี้
 
วันนี้ (26 เม.ย.64) นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายน 2564 จังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะนี้มีผู้ป่วยสะสม 55 ราย หายป่วยแล้ว 2 ราย ซึ่งมีแนวโน้มจะแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น และพบว่ายังมีประชาชนบางคนไม่สวมหน้ากากเมื่อออกจากบ้าน ซึ่งการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เป็นการป้องกันการแพร่เชื้อได้เป็นอย่างดี จึงได้มีการพิจารณา โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาฬสินธุ์ ออกประกาศจังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่องให้ทุกคนในท้องที่จังหวัดกาฬสินธุ์สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่อออกจากเคหสถาน หรือสถานที่อื่นใด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2564 เป็นต้นไป
 
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ยังได้เน้นย้ำการควบคุมดูแลการจัดกิจกรรมโดยห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มกันมากกว่า 50 คน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในเรื่องสถานบริการให้ปิดสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค อาทิ สถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ เป็นต้น การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม บริโภคในร้านได้ไม่เกินเวลา 23.00 น. ห้ามการจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในร้านอาหาร สำหรับห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า ให้ดำเนินการเปิดได้ตามปกติจนถึงเวลา 21.00 น. โดยให้จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการและงดเว้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย
 
ในช่วงเวลานี้ จังหวัดกาฬสินธุ์ขอความร่วมมือประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางโดยไม่มีเหตุจำเป็น หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดที่มีการแพร่ระบาดของโรค สำหรับการจัดกิจกรรมทางสังคมให้ประชาชนงดการจัดกิจกรรมในลักษณะที่เป็นงานสังสรรค์ งานเลี้ยง งานรื่นเริง เว้นแต่เป็นการจัดพิธีตามประเพณีนิยมโดยให้มีมาตรการป้องกันโรคเพียงพอ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงจากการติดเชื้อ สำหรับการปฏิบัติงาน ขอให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนพิจารณาและดำเนินรูปแบบการปฏิบัติงานของบุคลากร โดยอาจเป็นการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง การสลับวันทำงานเป็นต้น

พิมพ์